Popup with Image and Video
หัวข้อข่าว

เปิดเส้นทางแชมป์เปี้ยนดาวรุ่ง “ทัพหน้า ส.เปรมบุตร”

ด้วยฝีมือเชิงชกที่รุกได้รับเป็น การออกอาวุธเนียนตา จิตใจที่แน่วแน่นิ่งเกินวัย คือจุดเด่นที่เป็นภาพจำของ ‘แฝดพี่เมืองโอ่ง’ ทัพหน้า ส.เปรมบุตร เจ้าของตำแหน่งแชมป์เปี้ยน Pryde TV ใน 2 พิกัดน้ำหนัก ที่ขณะนี้กำลังตามล่าหาแชมป์รุ่นที่ 3 ในรอบปี
ปัณณทัต ลักพิทักษ์ หรือ ‘ปุนปุน’ ลืมตาดูโลกพร้อมแฝดผู้น้อง เมื่อ 18 มกราคม 2553 ที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบัน อายุ 15 ปีเต็ม เกิดมาก็สัมผัสกับกลิ่นสาบนวมและเวทีมวย เมื่อผู้เป็นพ่อ ‘ยุทธการ เพชร ปตอ’ คือนักชกที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในยุคนั้น เมื่อเริ่มเดินเตาะเเตะก็ติดสอยห้อยตามไปดูพ่อขึ้นชกแทบจะทุกครั้ง ทำให้ซึมซับความเป็นนักสู้บนผืนผ้าใบไว้เต็มเปี่ยม
ราวๆ 8 ขวบ เริ่มสวมนวมหัดชกกันเองกับแฝดน้อง ‘ปันปัน’ ทัพไทย ส.เปรมบุตร สนุกกันตามประสาเด็ก และพ่อและแม่ก็ชอบใจที่เห็นลูกมีมวยไทยอยู่ในสายเลือด ฝึกกันเองไประยะหนึ่งผู้เป็นพ่อก็เห็นแววและเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือเป็นคู่แฝดมวยซ้ายที่หายาก จึงเริ่มปฏิบัติการติวเข้มอย่างจริงจัง
ส่งขึ้นชกพร้อมกันครั้งแรกในวัย 9 ขวบ ที่เวทีงานวัดในจังหวัดราชบุรี ผลคือพ่ายแพ้ กอดคอกันร้องไห้ลงมาด้วยกันทั้งคู่ รับค่าตัวคนละ 300 บาท
แต่นั่นไม่ทำให้ทั้ง 2 คน ล้มเลิกเส้นทางสายมวยไทย และพ่อก็เห็นว่าถึงจะแพ้แต่เรื่องหัวจิตหัวใจถือว่าสอบผ่าน จากนั้นพาตระเวนขึ้นสั่งสมกระดูกประสบการณ์ตามเวทีภูธรทั่วสารทิศ จนเจ้าปุนปุนได้แชมป์เส้นแรกในพิกัด 35 กิโลกรัม ของสมาคมมวยสยามภาคกลาง
ปัจจุบันเจ้าปุนปุนได้ศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง ชั้น ปวช.1 สาขาช่างยนต์ มีนักมวยในดวงใจนอกจากผู้เป็นพ่อคือเพชรสยาม จ.ภัทรียา รวมไปถึง ‘แฝดกระนวน’ ขุนศึกเล็ก-ขุนศึกน้อย บูมเด็กเซียน
ก้าวเข้าเวทีมวยเมืองกรุงครั้งแรกที่สนามมวยเยาวชนกองทัพอากาศ รับค่าตัว 8,000 บาท จนข้ามวิกมาฉายแววว่าที่ซุปเปอร์สตาร์มวยไทยที่วิกรังสิต ได้รับการผลักดันจาก ‘เสี่ยโบ๊ท’ นายใหญ่แห่งเครือเพชรยินดี ก้าวขึ้นชิงแชมป์ของ Pryde TV ในรุ่น 102 ปอนด์ กับ ‘วันเฮง ก๋วยบางคอแหลม’ เมื่อ 24 มิถุนายน 2568
ผลคือเอาชนะน็อก ยก 2 คว้าแชมป์มาตรฐานเส้นแรกไปครองได้สำเร็จ เป็นไฟต์ที่เจ้าตัวและครอบครัวเปิดเผยว่าภาคภูมิใจที่สุด
หลังจากได้แชมป์ก็ไม่ได้เสียให้ใครแต่จำเป็นต้องสละเข็มขัดไปเนื่องจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น และก็ได้รับโอกาสครั้งที่ 2 ขึ้นชิงแชมป์ Pryde TV ในรุ่น 105 ปอนด์ ซึ่งคู่ชิงแชมป์เป็นมวยรุ่นพี่ประสบการณ์สูงอย่าง ‘น้ำพุ ดาบทิตบางรัก’
เมื่อประกบทีแรกแฟนมวยส่วนใหญ่มองว่ากระดูกมวยของน้ำพุเหนือกว่ามาก เปอร์เซ็นต์ที่ทัพหน้าจะได้แชมป์นั้นมีน้อยกว่า
ทว่าพอขึ้นสังเวียนไปแล้วเจ้าแฝดจากราชบุรีกลับนิ่งเกินวัย ออกอาวุธครบเครื่องเข้าตากรรมการเอาชนะไปได้แบบไม่เจ็บตัว คว้าเข็มขัดเส้นที่สองได้สำเร็จ เมื่อ 11 กันยายน 2568 ที่เวทีราชดำเนิน
ด้วยรูปร่างส่วนสูงถึง 170 เซนติเมตร น้ำหนักตัวก็พุ่งตามมาด้วย จึงต้องสละตำแหน่งในเวลาต่อมาโดยที่ยังไม่ได้ป้องกันแชมป์เพราะปัญหาเดิมคือโตไว ทำน้ำหนักไม่ไหว แต่ชื่อของทัพหน้าได้กลายเป็นมวยหัวแถวของสายเพชรยินดีเต็มตัวไปแล้ว
ก่อนจะได้โอกาสชิงแชมป์ครั้งที่ 3 ก็โชว์ฟอร์มฉายม้วนเดียวคว่ำ ‘มนต์พระราม ศิษย์เพชรฉลูกันฑ์’ มวยเอกจากสายเกียรติเพชร
ไฟต์ต่อไปถึงคิวล่าเข็มขัด Pryde TV เส้นที่สาม ในรุ่น 108 ปอนด์ ดวลกับ ‘พลายทองคำ แอ๊ดสันป่าตอง’ วันพฤหัสบดี ที่ 27 นี้
ถ้าหากสามารถคว้าแชมป์มาครองได้อีกจะถือเป็นประวัติศาสตร์ที่นักชกคนเดียวครองแชมป์ 3 พิกัดน้ำหนักในปีเดียว และเป็นคู่แฝดที่ครองแชมป์พร้อมกัน เพราะขณะนี้แฝดผู้น้อง ‘ทัพไทย ส.เปรมบุตร’ ก็เป็นแชมป์ Pryde TV ในรุ่น 102 ปอนด์ อยู่เช่นกัน
อนาคตวางเป้าหมายขอตามล่าแชมป์ราชดำเนิน และได้ขึ้นชกในแมตช์ RWS SUPERFIGHT ที่มีเงินรางวัลสูง ตามรอยรุ่นพี่หลายๆคน ซึ่งถ้าหากยังคงความเป็นนักกีฬาที่ดีอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าความฝันนี้คงไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน

ติดตามข่าวสารอัปเดตได้ที่

FACEBOOK – มวยพักยก
IG – มวยพักยก
TIKTOK – มวยพักยก
YOUTUBE – มวยพักยก