Popup with Image and Video
หัวข้อข่าว

“เพชร” ล็อกเป้าน็อก “เพชรสาม” ไต่ขึ้นหัวแถวรุ่นอะตอมเวต

 

เพชร สวนหลวงรถยก” มวยดุ วัย 19 ปี จากขอนแก่น พกพาอาวุธหนักมาครบทุกรูปแบบ การันตีพร้อมปิดเกมทันทีหาก “เพชรสามนาห์ยัน โมฮัมเหม็ด คู่ชกจอมบู๊ วัย 17 ปี จากฝรั่งเศส-แอลจีเรีย เผลอเข้าหลวมให้เห็นในการสู้กันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) ขึ้นป้ายคู่เอกของรายการ The Inner Circle ที่จะระเบิดความมันขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) วันศุกร์ที่ 24 เม.ย. นี้ โดยจะถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกตั้งแต่เวลา 18.30 น.-20.30 น.

 

“เพชร” เริ่มต้นปี 2568 ได้อย่างร้อนแรง หลังสามารถคว้าชัยแบบไม่ครบยกได้ต่อเนื่องถึง 4 ไฟต์ จนได้รับการจับตามอง แต่น่าเสียดายที่ฟอร์มอันร้อนแรงของเขาต้องสะดุดลงในเดือนสุดท้ายของปี ในศึก ONE ลุมพินี 137 ด้วยการพ่ายคะแนนเอกฉันท์ให้กับ “ริวยะ โอคุวากิ” ยอดฝีมือจากแดนปลาดิบ

อย่างไรก็ตาม ไฟต์ล่าสุดในศึก ONE ลุมพินี 147 เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา “เพชร” สร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับแฟนมวยทั่วประเทศ หลังหักปากกาเซียนเอาชนะนักกีฬา ONE อย่าง “หนุ่มสุรินทร์ ช.เกตุวีณา” ด้วยคะแนนเอกฉันท์ กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยเรียกความมั่นใจของเจ้าตัวให้กลับมาเต็มร้อยได้อีกครั้ง

 

“ไฟต์ล่าสุดกับ หนุ่มสุรินทร์ ผมรู้ดีว่าหมัดเขาอันตรายมาก ถ้าบุ่มบ่ามเข้าไปอาจพลาดได้ เลยวางแผนเน้นเคลื่อนที่เข้าออกให้เเร็ว ใช้อาวุธให้หลากหลาย และมีลูกจุกจิกคอยก่อกวนทำลายจังหวะ พร้อมกับดักเก็บแต้มไปเรื่อย ๆ ครับ”

“ตอนรอฟังผลคะแนน ยอมรับว่าตื่นเต้นมาก เพราะมองว่าออกได้ทั้ง 2 ฝั่ง ผมได้ลูกขยัน ส่วนพี่เขาได้จังหวะเข้าทำที่ชัดเจนกว่า พอกรรมการชูมือให้ผมชนะก็โล่งใจมาก เพราะนี่เป็นไฟต์ที่ยากที่สุดตั้งแต่ผมชกใน ONE ลุมพินีมาเลย ชัยชนะเหนือนักกีฬา ONE ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผมมาก และทำให้ผมพร้อมเดินหน้าสู้กับทุกคนต่อไป เพื่อพัฒนาตัวเองไปให้ถึงการคว้าสัญญา ONE ครับ”

 

ภารกิจล่าชัยต่อเนื่องไฟต์ที่ 2 ของ “เพชร” ในปีนี้ ต้องเจอบททดสอบสำคัญ เมื่อถูกประกบให้มาซัดเดือดกับดาวบู๊สู้ไม่ถอยอย่าง “เพชรสาม” ที่ผ่านการขึ้นสังเวียนแห่งนี้มาแล้ว 4 ไฟต์ และสามารถเก็บแต้มชัยไม่ต้องพึ่งใบคะแนนจากกรรมการได้ถึง 2 ครั้งด้วยกัน

แม้ “เพชรสาม” จะเป็นนักชกที่ขึ้นชื่อเรื่องความอึดถึกทน อีกทั้งยังสามารถเดินชนได้ทุกวินาทีบนสังเวียน แต่จากผลงานล่าสุดในศึก ONE ลุมพินี 135 เมื่อเดือน พ.ย. 68 ที่พลาดท่าพ่ายคะแนนเอกฉันท์ “นิธิกร เจพี.เพาเวอร์ หลังถูกบวกหมัดสวนกลับจนเสียนับตั้งแต่ยกแรก ทำให้ “เพชร” มองเห็นช่องโหว่สำคัญของคู่ชกรายนี้ได้อย่างชัดเจน

 

“เพชรสามเป็นมวยบู๊ที่ยืนระยะดีมาก เดินออกอาวุธได้ครบ 3 ยกแบบไม่มีหมด อาวุธที่อันตรายที่สุดคือหมัดชุดที่ออกได้ต่อเนื่องและแม่นยำ แถมยังได้เปรียบเรื่องช่วงชกที่ยาวกว่า แต่ผมมองว่าตัวเองมีลูกจุกจิกและขยันออกมากกว่าครับ”

“จุดอ่อนที่เห็นชัดของ เพชรสาม คือการป้องกันตัว โดยเฉพาะไฟต์ล่าสุดที่การ์ดหลวมมากจนโดนนิธิกร ชกเรียกนับได้ง่าย ๆ จากที่ดูมาเขาเข้ามวยหลวมแทบทุกไฟต์ อาจเป็นเพราะมั่นใจในความใหญ่กับความอึดของตัวเองก็ได้ แต่ถ้าไฟต์นี้ยังเข้าหลวมเหมือนเดิม ผมพร้อมสวนให้หนักทันทีครับ”

 

“ผมมั่นใจว่าอาวุธผมไวและหนักกว่า นิธิกร ที่ เพชรสาม เคยโดนจนเสียนับมาแล้ว ถ้าเขาโดนอาวุธของผมจัง ๆ ก็มีโอกาสถึงขั้นน็อกได้ ผมเสริมอาวุธหนักมาครบทุกลูก ตั้งใจว่าถ้ามีจังหวะต้องกดให้อยู่ เพราะถ้าเกมยืดเยื้อไปถึงยกท้าย ๆ อาจเข้าทางเขาได้ครับ”

 

เดินหน้าไต่ระดับสู่แถวหน้ารุ่นอะตอมเวต

หลังพิสูจน์ตัวเองด้วยการคว้าชัยชนะเหนือนักกีฬา ONE มาแล้ว ในวันศุกร์นี้ “เพชร” ตั้งเป้ายกระดับความร้อนแรงขึ้นอีกขั้น ด้วยการปิดเกมจอมอึดอย่าง “เพชรสาม” ให้ได้เป็นคนแรกในรายการ เพื่อสร้างผลงานชิ้นโบว์แดง ปูทางสู่การก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในนักชกระดับท็อปของรุ่นอะตอมเวตต่อไป

 

 

“ผมคิดว่า เพชรสาม จะมาชวนทะเลาะแน่นอน ช่วงแรกผมอาจลองยืนแลกเพื่อดูแรงปะทะก่อนว่าไหวแค่ไหน ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็อาจถอยออกมาเล่นฝีมือ ต้องดูตามสถานการณ์บนเวที แต่สิ่งที่ผมจะพยายามทำคือหาจังหวะเข้าถึงตัวเขาให้ได้ เพื่อลดความเสียเปรียบเรื่องช่วงชก แล้วค่อยหาโอกาสโจมตีในเกมวงในครับ”

“ถึงไฟต์ล่าสุดจะเอาชนะ หนุ่มสุรินทร์ มาได้ แต่ผมยังมองตัวเองเป็นนักชกระดับกลางของรุ่นอะตอมเวต เพราะฟอร์มยังไม่เข้าตาแฟนมวยมากนัก ไฟต์นี้ผมจึงตั้งใจมาน็อก เพชรสาม ให้ได้ เพื่อให้ทุกคนยอมรับมากขึ้น และใช้เป็นก้าวสำคัญในการขยับตัวเองขึ้นไปสู่แถวหน้าของรุ่น รวมถึงเข้าใกล้เป้าหมายคว้าสัญญา ONE ให้ได้ครับ”

ติดตาม “เพชร vs เพชรสาม” วันศุกร์ที่ 24 เม.ย. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle ในช่วงเวลา 18.30 น. – 20.30 น. ได้ที่บ้านเขียว @pakyok45

 

ติดตามข่าวสารอัปเดตได้ที่

FACEBOOK – มวยพักยก
IG – มวยพักยก
TIKTOK – มวยพักยก
YOUTUBE – มวยพักยก